ขาย ซื้อ ถุงยาง อนามัย condom ถุงยางญี่ปุ่น จิ๋มกระป๋อง Tenga กระป๋อง เจลหล่อลื่น เจลนวด ถุงยาง
   10 อันดับสินค้าขายดี
   สินค้าลดกระหน่ำ
   สินค้าใหม่
   ถุงยางจากญี่ปุ่น
       ถุงยาง Okamoto
       ถุงยาง Sagami
       ถุงยาง Jex
       ถุงยาง FujiLatex
       ถุงยาง Nakanishi
       ถุงยาง Japan Medical
       ถุงยาง บางสุด ๆ
       ถุงยาง ผิวปุ่มๆ/ผิวไม่เรียบ
       ถุงยาง อึด ทน ยาวนาน
       ถุงยาง มีกลิ่นหรือรส
       ถุงยาง สารหล่อลื่นเยอะ/เจลอุ่นและเย็น
       ถุงยาง แปลกดี/ใส่เร็ว/เรืองแสง
       ถุงยาง ใหญ่/หนา/กระขับพิเศษ
       ถุงยาง สำหรับผู้หญิง/แพ้ยาง/แพ้ง่าย
       ถุงยาง ไม่มีกลิ่นยาง/มีน้อย
       ถุงยาง High-So/หรู/น่ารัก
       ถุงยาง ของขวัญ/ตามราศี/ตามปีเกิด
   ถุงยางไทย
       ถุงยาง Durex
   กระป๋องแสนสนุก
       TENGA แท้จากญี่ปุ่น
       TENGA FLIP HOLE
       RED TENGA
       WHITE TENGA
       BLACK TENGA
       US TENGA
       TENGA EGG
       กระป๋อง Jex Astroguide DNA Oasis
   เจลหล่อลื่น
   ชะลอการหลั่ง, ยาบำรุง, แผ่นออรัล
   ลิงค์เพื่อนบ้าน
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 6
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 322
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 411,237

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
ขาย ซื้อ ถุงยาง อนามัย condom ถุงยางญี่ปุ่น Tenga กระป๋อง เจลหล่อลื่น เจลนวด เจลหล่อลื่น จิ๋มกระป๋อง [Powered by Makewebeasy.com]
  บทความน่ารู้
ค้นหา :    
ถุงยางอนามัย
 

      เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.มรกต กรเกษม รมช. สาธารณสุข เปิดเผยว่า โรคเอดส์เป็นปัญหาที่แพร่ระบาดไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ถึง 40 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศยากจนหรือกำลังพัฒนา

      ในส่วนของประเทศไทย ผลจากการดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งถุงยางอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ การให้ยาต้านไวรัสเอดส์ในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก รวมทั้งการรณรงค์ให้ความรู้ในทุกกลุ่มเสี่ยง ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงจากปีละกว่า 1 แสนราย เหลือปีละประมาณ 16,000 คน คาดว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ 5-6 แสนคน 
     
      จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นมีแนวโน้มการติดเชื้อเอดส์เพิ่มสูงขึ้น จากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สะสมกิ๊ก ไม่ชอบใช้ถุงยางอนามัย และยังพบอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มเสี่ยงอื่น เช่น ชายรักเพศเดียวกัน ผู้ใช้ยาเสพติด และหญิงอาชีพพิเศษ 
     
      ที่น่าเป็นห่วงคือมีข้อมูลว่า ผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ของไทยประมาณร้อยละ 30-40 จะเป็นแม่บ้านที่ไม่คิดว่าตนเองจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ทำให้ขาดการป้องกันตนเอง การรณรงค์เพื่อลดการติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ แล้ว ยังต้องส่งเสริมความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ ให้ผู้หญิงกล้ามีสิทธิ์มีเสียงเพื่อความปลอดภัยของตนเองด้วย เช่น ภรรยาควรมีสิทธิให้สามีสวมถุงยางอนามัยได้ 
     
      ด้าน นพ.สมชัย ภิญโญพรพาณิชย์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคมีนโยบายในการควบคุมและป้องกันโรคเอดส์ โดยเฉพาะการติดตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัติตามสถานที่ต่างๆเพิ่มขึ้น โดยได้อนุมัติงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบจ. อบต. และเทศบาลในการติดตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัติ เพื่อการป้องกันโรคเอดส์และโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ในระดับชุมชน และในวันที่ 4-6 ก.ค. นี้ จะมีการสัมมนาระดับชาติเรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่ 11 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในหัวข้อ "เอดส์ ก้าวต่อไป ในยุคเศรษฐกิจพอเพียง" ผู้สนใจสามารถเข้าฟังได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

http://www.moph.go.th/
ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวที่ใช้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ได้ โดยถุงยางอนามัยต้องมีคุณภาพดีและใช้อย่างถูกต้อง

 
 

การเลือกถุงยางอนามัย
1. ยี่ห้อมาตรฐานมีเครื่องหมาย อย. รับรอง
2. ใช้ชนิดผิวเรียบเท่านั้น
3. ขนาดมาตรฐานชายไทย คือ ขนาด 49 หากต้องการขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน ควรเลือก ขนาด 52
4. ดูวันผลิต และวันหมดอายุจากหน้าซอง
5. ตรวจดูสภาพการบรรจุต้องปิดสนิทไม่รั่วซึม กดดูแล้วรู้สึกว่ามีอากาศอยู่ภายใน
6. เก็บรักษาในที่อากาศระบายได้ดี ไม่ร้อนหรือถูกแสงแดด
7. เมื่อฉีกซอง สารหล่อลื่นควรจะใส ไม่ขุ่น ไม่จับเป็นก้อน หรือตกตะกอน


การใช้สารหล่อลื่น
1. เลือกเฉพาะสารหล่อลื่นที่ละลายน้ำได้ เช่น เค-วาย เจลลี่ ดูโอเจล ฯลฯ
2. ใช้ครั้งละ 2-3 หยด ทาภายนอกถุงยางอนามัย


ขั้นตอนการใส่ถุงยางอนามัย
1. ตรวจสอบวันหมดอายุ
2. ใช้มือรีดถุงยางอนามัยให้ไปอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง ฉีกซองอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เล็บ/แหวนเกี่ยวถุงยางอนามัย
3. ตรวจดูขอบถุงยางอนามัย หาขอบด้านที่รูดลง
4. รูดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศลง
5. บีบปลายกระเปราะถุงยางอนามัยเพื่อไล่อากาศ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้
6. วางถุงยางอนามัยบนส่วนหัวอวัยวะเพศขณะแข็งตัว ค่อย ๆ รูดถุงยางอนามัยลงจนถึงส่วนโคน
7. สอดใส่อวัยวะเพศในช่องคลอด


การถอดถุงยางอนามัย
1. ถอนอวัยวะเพศออกทันทีหลังการหลั่ง
2. ใช้กระดาษชำระพันรอบองคชาต แล้วค่อย ๆ รูดถุงยางอนามัยออก
3. ใช้กระดาษห่อถุงยางอนามัยให้มิดชิด นำไปทิ้งในที่เหมาะสม


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย
Retrieved from "
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2

 
 
          การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีคุมกำเนิด เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทุกชนิดรวมทั้งการติดเชื้อเอดส์ การศึกษาวิจัยทางการแพทย์สรุปไว้อย่างชัดเจนว่า การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการตั้งครรภ์และการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นจะเป็นจากการใช้ที่ไม่ถูกต้อง เช่น ถุงยางแตกหรือถุงยางหลุด เป็นต้น

          การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแม้ว่ามีการใช้ถุงยางอนามัยเกิดจากการที่ไม่ใช้ทุกครั้ง หรือใช้อย่างไม่ถูกต้อง ไม่พบว่าเกิดจากปัญหาของถุงยางอนามัยโดยตรงเลย สำนักงานอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาเคยทำการวิจัยครั้งใหญ่ พบว่าถุงยางอนามัยที่ได้ผลิตมาจากโรงงานที่ได้มาตราฐานจะไม่มีปัญหาที่น้ำอสุจิหลุดลอดออกมาเลยแม้แต่น้อย

          หัวใจสำคัญในเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยจึงมีสองประการ คือ ต้องใช้ทุกครั้งและใช้อย่างถูกต้อง

          ถุงยางอนามัยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เรียกว่า latex condom หรือ latex rubber condom ย้อนไปเมื่อประมาณปี 1980-1985 พบว่าการใช้ถุงยางอนามัยไม่เป็นที่นิยม ส่วนใหญ่เป็นการใช้เพื่อคุมกำเนิดป้องกันการตั้งครรภ์ แม้ว่าจะทราบกันมาตั้งแต่สมัยโรมันแล้วว่าการใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันโรคดิดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่แนวความคิดนี้ยังไม่แพร่หลายจนกระทั่งเมื่อเริ่มมีการระบาดของโรคเอดส์ ถึงมีการรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยกันอย่างกว้างขวางและถือเป็นมาตราการที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดอย่างหนึ่ง

          ถุงยางอนามัยยุคแรกสุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ทำมาจากผ้าทอ ซึ่งไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้และไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ ต่อมาได้พัฒนาการผลิตหันมาใช้ไส้แกะ ซึ่งก็ดีขึ้นบ้างแต่ประสิทธิภาพยังต่ำอยู่จนถึงยุคสมัยที่นำยางมาใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมเมื่อประมาณปี 1930 ถุงยางอนามัยจึงเริ่มเป็นอุปกรณ์ลักษณะแผ่นยางที่ทำจากสารสังเคราะห์ของยางและพลาสติก ปัจจุบันมีการผลิตถุงยางอนามัยจากสารโปลียูรีเธนมากขึ้น

          หลักการใช้ถุงยางอนามัย
ถุงยางอนามัยใช้สวมใส่อวัยวะเพศชายเมื่อแข็งตัวเต็มที่ ทำหน้าที่เป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้ตัวเชื้ออสุจิเข้าสู่ช่องคลอด ที่ปลายถุงยางอนามัยจะมีกระเปราะเล็กๆสำหรับรองรับน้ำอสุจิ

วิธีใช้ถุงยางอนามัย
     1. ผู้ที่ใช้ต้องใส่และถอดให้ถูกวิธี โดยให้ใส่เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่เท่านั้น
     2. บีบปลายกะเปาะไล่ลมแล้วสวมลงบนอวัยวะเพศรูดลงมาจนสุด
     3. เมื่อเสร็จการร่วมเพศ ต้องรีบดึงอวัยวะเพศออกขณะยังแข็งตัวอยู่ มิฉะนั้นถุงยางอาจจะหลุดอยู่ในช่องคลอดได้
     4. ต้องดึงออกโดยมิให้น้ำอสุจิไหลออกมาอยู่บริเวณอวัยวะเพศหญิง
     5. มีถุงยางอนามัยสำรองเตรียมพร้อมไว้เสมอ

ในต่างประเทศบางแห่ง หลักการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการเรียนรู้วิชาเพศศึกษาที่ถูกต้องในโรงเรียน
 
   
รูปที 1   รูปที 2   รูปที 3
         
   
รูปที 4   รูปที 5   รูปที 6
Before Intercourse:
     1. Carefully open the package so the condom does not tear. (Do not use teeth or a sharp object to open the           
     package.) Do not unroll the condom before putting it on.
     2. If you are not circumcised, pull back the foreskin. Put the condom on the end of the hard penis. Note: If the 
     condom is initially placed on the penis backwards, do not turn it around. Throw it away and start with a new one.
     3. Pinching the tip of the condom to squeeze out air, roll on the condom until it reaches the base of the penis.
     4. Check to make sure there is space at the tip and that the condom is not broken. With the condom on, insert the 
     penis for intercourse.

After Intercourse:
     1. After ejaculation, hold onto the condom at the base of the penis. Keeping the condom on, pull the penis out 
     before it gets soft.
     2. Slide the condom off without spilling the liquid (semen) inside. Dispose of the used condom.

ปัญหาที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยที่ไม่ถูกต้อง
1. ใช้สารหล่อลื่นไม่ถูกต้อง ทำให้ถุงยางแตกหรือลื่นหลุด
2. ไม่ใช้ถุงยางอนามัยใหม่แกะกล่อง
3. ใช้ถุงยางเพียงครั้งแรกเท่านั้น เมื่อมีเพศสัมพันธ์ต่อไปไม่ได้ใช้ถุงยาง
4. ใช้ถุงยางอนามัยที่เสื่อมสภาพอย่างเห็นได้ชัด
5. มึนเมาสุราหรือสารเสพติด จึงตัดสินใจถอดถุงยางทิ้งกลางคัน
6. แกะถุงยางอนามัยออกมาเล่นก่อนมีเพศสัมพันธ์
7. ใส่ถุงยางผิดด้านแล้วนำกลับมาใช้ใหม่
8. สำหรับผู้ที่ไม่ได้ขลิบปลายอวัยวะเพศ ต้องดึงหนังหุ้มรูดให้สุดเสียก่อน

การเก็บรักษา
ถุงยางอนามัยควรเก็บรักษาไว้ในที่ไม่ถูกแสงแดดหรือที่มีอุณหภูมิสูง
ความสามารถในการป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยสามารถกีดขวางไม่ให้ตัวเชื้ออสุจิและเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ เข้าสู่ช่องคลอดได้ดังต่อไปนี้
     1. ตัวเชื้ออสุจิ (spermatozoa) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.003 มิลลิเมตร หรือ 3000 นาโนเมตร
     2. เชื้อก่อโรคซิฟิลิส (Treponema pallidum) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 600 นาโนเมตร
     3. เชื้อก่อโรคหนองใน (Neisseria gonorrhoeae) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 800 นาโนเมตร
     4. เชื้อก่อโรคหนองในเทียม (C. trachomatis) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 200 นาโนเมตร
     5. เชื้อไวรัสเอดส์ (HIV) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 125 นาโนเมตร
     6. เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด บี (hepatitis B virus) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 นาโนเมตร
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
บทความน่ารู้
- ชนิดของถุงยางอนามัย [26 พฤศจิกายน 2552 15:56 น.]
- ถุงยางอนามัยของผู้หญิง
- ถุงยางอนามัย
ดูทั้งหมด


  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by rockcondom.com©2010 All rights reserved.
ขาย ซื้อ ถุงยาง อนามัย condom ถุงยางญี่ปุ่น กระป๋องแห่งความสุข Tenga กระป๋อง เจลหล่อลื่น เจลนวด 
ทำเว็บ สร้างเว็บ สร้างเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บ รับทำเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ